ซุกผ้าห่มอ่านงานเขียน กับ 8 หนังสือหลากรส อ่านเพลินรับฤดูหนาว

ซุกผ้าห่มอ่านงานเขียน กับ 8 หนังสือหลากรส อ่านเพลินรับฤดูหนาว

Home   /   ติดดอยล้อมวงเล่า

โซน : 21 Nov 2019   08:09
 
        ลมหนาวพัดมาเอื่อยๆ แม้จะร้อนๆ หนาวๆ สลับไปมาชวนให้สับสน แต่เพราะไม่กี่อึดใจก็ถึงสิ้นปีแล้ว มันเลยมีบางช่วงที่พอจะให้เราได้สัมผัสถึงไอความหนาวได้บ้าง
 
        และพอคิดว่าถ้าสิ้นปีมาถึงเมื่อไหร่ อากาศมันคงเริ่มเย็นลงกว่านี้เลยชวนให้อยากจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มทั้งวัน ยิ่งวันหยุดใกล้เข้ามาแบบนี้หลายคนน่าจะวางแพลนไปเที่ยวกันเรียบร้อย แต่ถ้าใครอยากใช้ศิลปะในการปล่อยเวลาทิ้ง (หรือพูดง่ายๆ ว่าขี้เกียจ) วันนี้หมีอยากจะมาแนะนำหนังสือไว้อ่านเพลินๆ ฆ่าเวลากันครับผม
 
        โดยหนังคือที่คัดมาทั้งหมด 8 เล่มเป็นงานเขียนหลากรส จัดมาให้ทุกคนได้ขลุกตัวอยู่ในโลกสมมุติอย่างเพลิดเพลิน แถมรับรองได้ว่าหลังจากจมดิ่งไปกับหนังสือเล่มนั้นๆ แล้ว ทุกคนจะต้องอ่านจนลืมเวลาไปแน่นวลลลล
 
        อันตัวข้าพเจ้านี้คือแมว
        ผู้เขียน: Natsume Soseki
        สำนักพิมพ์: กำมะหยี่
 
 
        "อันตัวข้าพเจ้าคือแมว นามนั้นยังไม่มี"
 
        หนังสือเล่มนี้เป็นผลงานมีชื่อจากประเทศญี่ปุ่นที่บ้านเราเพิ่งได้ลิขสิทธิ์และตีพิมพ์หมาดๆ เลยเมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่าน หมีเองตอนที่ได้เห็นหนังสือคลอดนี่ก็ออกจะตื่นเต้นไม่น้อยเพราะเห็นรีวิวเวอร์ชั่นออริจินอลและเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษผ่านตามานานแล้ว คราวนี้พี่ไทยได้หยิบมาแปลเสียทีโดยสำนักพิมพ์กำมะหยี่ก็ถือว่าต้องสอยบ้าง
 
        หลักๆ จะเล่าถึงโลกและบรรดามนุษย์ทั้งหลายผ่านสายตาของแมวไร้นามตัวหนึ่งที่เกรี้ยวกราดยามเบื่อหน่ายโลก เป็นหนังสือที่แฝงความคิดเสียดสีปนตลกขบขันของแมวที่วิพากษ์วิจารณ์แนวคิดและคำพูดกับการกระทำต่างๆ ของมนุษย์ หนังสือเล่มหนาๆ ตัวยิบๆ ที่รับรองว่าจะทำให้เราได้ตัดขาดโลกและใช้เวลาไปกับการมองโลกของเจ้าเหมียวตัวนี้ได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่มีเบื่อเลยล่ะครับผม
 
        ช่างสักแห่งเอาช์วิทซ์
        ผู้เขียน: Heather Morris
        สำนักพิมพ์: Merry-Go-Round Publishing
 
 
        “คุณอยากให้ผมสักเลขให้กับคนอื่นๆ หรือครับ”
 
        เป็นหนังสืออีกเล่มที่เพิ่งได้ลิขสิทธิ์ภาษาไทยมาหมาดๆ โดยสำนักพิมพ์แมร์รี่โกราวด์ แน่นอนว่าหมีตื่นเต้นอีกแล้ว 555 หนังสือเรื่องนี้มีชื่อเสียงทีเดียว แถมได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของ ลาลี โซโคลอฟ ผู้รอดชีวิตจากค่ายกักกันเอาช์วิทซ์-เบียร์เคอเนา ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
 
        หนังสือเรื่องนี้พูดถึงชายวัยยี่สิบเศษที่กลายมาเป็นนักโทษในค่ายกักกัน ถูกตีตราด้วยการสักหมายเลขบนท่อนแขน และวันหนึ่งชีวิตเขาก็พลิกผันทำให้กลายมาเป็น ‘ช่างสัก’ ในค่ายกักกันแห่งนี้เสียเอง แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้อาจมีเหตุการณ์ชวนสะเทือนใจอยู่บ้าง แต่ก็ทำให้เราได้เข้าใจเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ว่ากระทั่งในนรกก็ยังเกิดความรักได้ อบอุ่นหัวใจจริงๆ!
 
        มีอะไรในสวนหลังบ้าน
        ผู้เขียน: Kim Jin Yeong
        สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์
 
 
        "ในโลกใบนี้ไม่มีชีวิตที่เรียบง่ายหรอกค่ะ อย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย พวกเราทุกคนต่างโชคร้ายกันคนละแบบ ขอโทษด้วยนะคะ"
 
        อันที่จริงหมีไม่ได้อ่านงานเกาหลีมานานมากแล้ว แต่มาสนใจเรื่องนี้เพราะขึ้นเป็น Best Seller ที่เกาหลี แถมยังเป็นที่ฮือฮามากเสียด้วยตอนหนังสือได้ตีพิมพ์ และพอได้อ่านเองจริงๆ ก็สมราคาคุย เพราะปล่อยหมัดฮุกใส่เราได้ตั้งแต่บทแรกๆ จากนั้นก็สับขาหลอกคนอ่านไปมา ก่อนจะพลิกแล้วพลิกอีกอย่างกับเล่นรถไฟเหาะในช่วงสุดท้ายพร้อมปริศนาคาใจบางเบา เรียกได้ว่าอ่านแล้ววางไม่ลงเลย
 
        แม้จะเป็นหนังสือแนวสืบสวนสอบสวนที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก "กลิ่นที่โชยมาจากสวนสวยหลังบ้าน" แต่เอาเข้าจริงมันคือหนังสือที่เล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิง แถมยังแอบเปิดโปงด้านมืดของเกาหลี มีทั้งประเด็นความเหลื่อมล้ำ การกดขี่ทางเพศ สังคมชายเป็นใหญ่ และปัญหาครอบครัว ถ้าใครที่ชอบเรื่อง Parasite กับบรรยากาศเย็นยะเยือกก็น่าจะชอบเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน
 
        หลุม
        ผู้เขียน: Louis Sachar
        สำนักพิมพ์: แพรวเยาวชน
 
 
        "เมื่อนายต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่ในหลุม…ทางเดียวที่นายจะไปต่อได้ คือปีนกลับขึ้นมา"
 
        หนังสือเรื่องนี้เป็นวรรณกรรมเยาวชนที่หมีคิดว่าผู้ใหญ่ก็อ่านได้แถมยังเพลิดเพลินไปกับมันอีกด้วย อวยสักหน่อยว่าหมีเคยอ่านสมัยยังเด็กและก็ชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้ก็ยังชอบอยู่ (แต่เพิ่งมีการรีปรินต์เปลี่ยนปกใหม่เมื่อไม่นานมานี้เอง) โดยเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการ 'ขุด' มันสนุกตรงที่เราจะได้มา 'ขุด' หาความจริงกัน ว่าจริงๆ แล้วพวกเขาต้องการจะ 'ขุด' อะไร
 
        หนังสือเรื่องนี้พูดถึง สแตนลีย์ เยลแนตส์ เด็กชายผู้ได้รับมรดกโชคร้ายจากคุณเทียดนักขโมยหมู ซึ่งความโชคร้ายของเขาเกิดขึ้นหลังศาลตัดสินว่าทำผิด ทำให้ถูกส่งตัวไปค่ายกักกันเด็กและเยาวชนที่ทำผิดอย่างค่ายกรีนเลค ที่นั่นผู้คุมจะสั่งให้ขุดหลุมทุกวันวันละหลุมเพื่อปรับปรุงพฤติกรรม แต่สแตนลีย์ก็มาเอะใจว่าจริงๆ แล้วการขุดหลุมไม่ใช่การปรับปรุงพฤติกรรม แต่ผู้คุมกำลังหลอกใช้ให้พวกเขาหาอะไรบางอย่างต่างหาก
 
        ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก
        ผู้เขียน: Higashino Keigo
        สำนักพิมพ์: Maxx Publishing
 
 
        "ความแค้นกับความจริง เราใช้เวลาอยู่กับอะไรมากกว่ากันในการค้นหาคนที่ทำร้ายเรา"
 
        ช่วงนี้นักเขียนแนวสืบสวนญี่ปุ่นที่กำลังดังในหมู่นักอ่านชาวไทยเห็นทีจะหนีไม่พ้น Higashino Keigo ที่ก่อนหน้านี้ดังเปรี้ยงปร้างในบ้านเรากับเรื่อง "ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ" แถมมีหนังสือได้ลิขสิทธิ์เข้าไทยยาวเป็นหางว่าว และ "ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก" นั้นแม้ชื่อจะดูดาร์กไปบ้างแต่เนื้อเรื่องไม่ดาร์กขนาดนั้นแถมยังสนุกชวนให้ติดตามอีกต่างหาก โดยเนื้อเรื่องพูดถึงสามพี่น้องที่แอบหนีออกจากบ้านไปดูฝนดาวตก แต่เมื่อกลับบ้านมากลับพบว่าพ่อแม่ของพวกเขาถูกฆาตกรรมในคืนนั้นเสียแล้ว
 
        หลังจากนั้นเมื่อทั้งสามโตขึ้นก็หาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักต้มตุ๋น จนกระทั่งได้พบกับคนที่น่าจะเป็นฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของตน พวกเขาจึงเริ่มต้นค้นหาความจริงและความลับที่อาจจะทำให้เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม หมีอยากจะบอกว่าในบรรดาหนังสือมากมายของ Higashino Keigo แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจ๋งที่สุด มีกลเม็ดแพรวพราวในการเล่าเรื่องที่สุด แต่มันก็เป็นหนังสือที่อ่านแล้วอบอุ่นหัวใจในวันที่อากาศหนาวเย็นเป็นเรื่องต้นๆ เลยล่ะคร้าบบบ
 
        มาร์โควัลโด
        ผู้เขียน: Italo Calvino
        สำนักพิมพ์: บทจร
 
 
        "พูดง่ายๆ ว่า ถ้ารถเข็นของเราว่าง ขณะที่ของคนอื่นเต็ม เราก็ทนได้เพียงถึงจุดหนึ่ง หลังจากนั้นเราก็จะรู้สึกอิจฉา เจ็บปวดหัวใจ และก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป"
 
        เรื่องนี้หมีเพิ่งซื้อมาอ่านแล้วก็ส่งต่อให้คุณมารดาของหมีอ่านอีกที ซึ่งคุณมารดาก็อ่านอย่างเมามันไปเลยหนึ่งวันเต็มๆ อันที่จริงมันก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่ด้วยความที่เนื้อหาเป็นตอนสั้นๆ ไม่เยอะไปหรือน้อยไปของมัน เลยเหมาะที่จะให้ผู้สูงอายุอ่านยามว่างเหมือนกัน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่อ่านแล้วจะได้แค่รสวรรณกรรม แต่สาระวรรณกรรมก็แฝงไว้ในหนังสือบางๆ เล่มนี้ไม่น้อยเลยนะ
 
        มาร์โควัลโด เป็นชื่อของกรรมกรผู้ใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ทันสมัยเพราะเศรษฐกิจแต่แห้งแล้งชวนหดหู่ใจ แต่ละตอนของหนังสือจะเล่าถึงการใช้ชีวิตที่ขาดแคลนเงินทองของมาร์โควัลโดและครอบครัว การรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ในแต่ฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนตลอดทั้งปีด้วยวิธีการซื่อๆ และ (ส่วนใหญ่ก็) สุจริตจวบจนถึงฤดูหนาวของวันสิ้นปี ซึ่งสาระแฝงของมันทำให้เราเห็นถึงความเหลื่อมล้ำและความยากจนไม่น้อย อ่านไปก็ชวนหัวนิดๆ และเศร้าหน่อยๆ เหมือนกัน แหะๆ
 
        ฉางอันสิบสองชั่วยาม 
        ผู้เขียน: Ma Bo Yong
        สำนักพิมพ์: ENTER BOOKS
 
 
        "ผู้ทรงปัญญาปกครองคน ผู้มีแรงกายถูกคนปกครอง"
 
        ขอพาไปอ่านแนวพีเรียดกันเสียหน่อย ใครชอบนิยายจีนนี่ห้ามพลาดเรื่องนี้เลย หรือใครไม่ชอบแต่อยากลองก็อ่านได้เหมือนกันนะ ยิ่งไปกว่านั้นใครชอบแนวแอคชั่นสืบสวนสอบสวนนี่ต้องไปซื้อมา เพราะหลายเสียงบอกว่ามันดีจริง โดยเหตุการณ์ในหนังสือเป็นช่วงเทศกาลโคมไฟของฉางอัน แต่ในเทศกาลนี้มีการวางแผนลอบเข้ามาทำลายเมืองของคนต่างเผ่า หน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลฉางอันจนปัญญากับการระงับเหตุ เลยต้องกัดฟันเรียกตัว จางเสี่ยวจิ้ง นักโทษประหารและอดีตทหารออกมาช่วยสืบหาคนร้าย
 
        โดยระยะเวลาสิบสองชั่วยามก็เท่ากับยี่สิบสี่ชั่วโมงในปัจจุบันนั่นแหละ แต่ทีนี้มันสนุกตรงที่หนังสือจะเล่าแบบเรียลไทม์ ในระยะเวลานี้ต้องหาตัวคนร้ายและระงับเหตุที่จะทำลายเมืองฉางอันให้ได้โดยเร็วที่สุด แต่นอกจากจะต้องรับมือกับคนร้ายแล้วก็ต้องรับมือกับการเมืองการแก่งแย่งชิงดีของคนในราชสำนักที่คอยเข้ามาขัดแข้งขัดขาอีก เรียกได้ว่าครบรสมากๆ อ่านแล้วอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน สำหรับใครที่จะอ่าน หนังสือเรื่องนี้ทั้งหมด 3 เล่มจบ แนะนำให้ซื้อมาให้ครบเลย เพราะอ่านเล่มแรกจบแล้วไม่มีเล่มสองในมือก็คือค้างแน่นอน 555
 
        ชายชื่ออูเว 
        ผู้เขียน: Fredrik Backman
        สำนักพิมพ์: Merry-Go-Round Publishing
 
 
        “คุณรู้จักมนุษย์ลุงดีแค่ไหนก่อนจะเกลียดเขา?”
 
        ปิดท้ายกันที่เล่มนี้ เป็นหนังสืออีกเล่มที่คุณมารดาของหมีชอบมากอีกแล้ว 555 อันที่จริงใครอ่านก็น่าจะชอบนะ เป็นหนังสือสวีดิชที่นับได้ว่ามีชื่อเสียงเรื่องหนึ่งเลย โดยตัวเอกคือ อูเว มนุษย์ลุงธรรมดาๆ หน้าตาบึ้งตึง ขี้หงุดหงิดไม่ยอมเป็นมิตรกับใครตามสไตล์มนุษย์ลุงทั่วไป แต่เอาเข้าจริงผู้เขียนก็ตั้งคำถามกับเราไว้เลยว่า “คุณรู้จักมนุษย์ลุงดีแค่ไหนก่อนจะเกลียดเขา?”
 
        พล็อตไม่หวือหวา แต่ความเรียบง่ายก็นับได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง ตัวละครก็มีความหลากหลาย จนสุดท้ายอูเวก็คือตัวแทนที่พูดถึงความเศร้าและความโดดเดี่ยวที่มนุษย์ทุกคนต้องเจอ สุดท้ายแล้วอูเวเป็นมนุษย์ลุงน่ารังเกียจจริงๆ หรือแค่คนเหงาคนหนึ่งที่โลกไม่เข้าใจเขาเท่านั้น
 
        ใครอ่านเรื่องนี้แล้วชอบคุณนักเขียนเขายังเขียนถึงมนุษย์ป้าและมนุษย์ยายเป็นเรื่องแยกด้วยนะ ซึ่งเวอร์ชั่นไทยทั้งสามเล่มนั้นตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์แมร์รี่โกราวด์ทั้งหมด เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เหมาะจะอ่านเพื่อวอร์มหัวใจในวันที่อากาศเริ่มหนาวเย็นแบบนี้จริงๆ จ้า
 
        ถ้ามีเรื่องที่เล็งไว้แล้วก็เตรียมไปหามาอ่านกันในช่วงวันว่างของทุกคนได้เลยเนอะ ซุกตัวในผ้าห่มหนาๆ จิบกาแฟร้อนๆ สักแก้ว กับหนังสือดีๆ สักเล่ม แค่นี้ก็สามารถใช้เวลาให้หมดวันไปได้อย่างเพลิดเพลินแล้วเนอะ
 
 
 
 
 

Tag :



ติดดอยแนะนำ

ติดดอยรีวิว

มินิรีวิว "Chewathai ปิ่นเกล้า" ใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้าดี ไปศิริราชง่าย ข้ามสะพานพระราม 8 สบาย

"สะพานพระรามแปด" จัดว่าเป็น 1 ในสะพานที่ผมใช้บริการอยู่เกือบทุกสัปดาห์ จะบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวงจรชีวิตผม ก็ว่าได้ เนื่องด้วยระหว่างที่รอรับลูกสาววัยแสนซนโรงเรียนเลิก ผมมักจะแอบไปโต๋เต๋

มินิรีวิว "Chewathai Hallmark จรัญ 13" ส่วนกลางดั่งคอนโด High-Rise ย่อส่วน 400 ม. สู่ MRT จรัญฯ 13

"โว้ว อย่างกับไฮไรส์ย่อส่วนเลยวุ้ย!!" เป็นคำพูดที่หล่นมาจากปากอย่างมิทันตั้งตัว หลังได้ไปยลส่วนกลางของ "Chewathai Hallmark จรัญ 13" โครงการนี้สร้างเสร็จแล้ว มีโอกาสได้ไปเยือน รู้สึกว่ามีจุดเด่นหลายจุด เลยเอามาเล่าให้ได้อ่านกัน

รีวิว "Supalai Park สถานีตลาดพลู" ฉบับสร้างเสร็จ คอนโดราคาน่าคบหา แห่งย่านตลาดพลู

ในฐานะที่เคย "ชมเชย" โครงการ "Supalai Park สถานีตลาดพลู" เมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้โครงการก่อร่างสร้างตัวเสร็จ พร้อมให้เก็บกระเป๋า ย้ายเข้ามาสร้าง "สภาวะล้มตัว" ที่เตียงนอนได้แล้ว อิอิ


ติดดอยโร้ดทู

“The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

ชวนชม “The Loft Silom” คอนโดคอนเซ็ปต์ธรรมชาติ ปักหมุดใจกลางย่านสีลม

อุดมสุข อุดมสมบูรณ์ ที่ "Elio Del Nest"

ใครที่นกไปจากหลายๆ โครงการของปีนี้ วันนี้หมีจะพาไปบินหารังใหม่กัน

สำรวจทำเล "Niche Pride Somdet Chaophraya" รับสายสีทอง

เมื่อช่วงต้นปีผมมีโอกาสได้มาแวะเวียนอยู่แถว ๆ "ช่วงรถไฟฟ้าสายสีทอง" อยู่บ่อยครั้ง หากพูดถึงทำเลที่น่าจับตามองในช่วงนี้ผมว่าทำเลช่วงรถไฟฟ้าสายสีทอง ต้องติดอันดับต้น ๆ แหง ๆ


ติดดอยสไตล์

ชวนกิน "CHICKEN CLUB" ร้านไก่เกาหลี พิกัดดีใจกลางสยาม!!

วันนี้ #ติดดอยคอยกิน ของเราทนกระแสไม่ไหว ขอมาลองไก่เกาหลี "Chicken Club" ใจกลางสยามซะหน่อย เห็นช่วงที่ผ่านมาเป็นกระแสอย่างหนักหน่วง เลื่อนเฟสบุ๊คเป็นต้องเจอกันทุกคน 555

ที่ 1 ในใจตลอดกาล "เย็นตาโฟฮ่องเต้ ศรีย่าน" ที่อยากชวนให้ลอง!!

ร้านเย็นตาโฟอันดับ1ตลอดกาลสำหรับผม กินมาตั้งแต่อยู่เซนต์คาเบรียล โดยเฉพาะ 'ไส้' ต้องสั่งจานแยกมาทุกครั้ง ใครอยู่แถวศรีย่าน​ไม่น่าที่จะไม่รู้จักนะ

ชวนถ่ายรูปสวย ๆ พร้อมลิ้มรสอาหารกับร้าน INVITE restaurant and bar คาเฟ่ที่ไม่ได้มีดีแค่ขนม

เพื่อนสนิทให้แวะมาชิมขนมเมนูใหม่ของร้าน Invite restaurant and bar เดี๋ยวนี้ชักดังใหญ่ มีสาวๆ สวยๆ sexy แวะมาถ่ายรูปทุกวัน โดยเฉพาะ เสาร์-อาทิตย์​ นี่คนเพียบเลย วันนี้ลองไหวแค่ 4 เมนู

5 ข้อต้องรู้ ก่อนไปดู "Train To Busan: Peninsula" ความระทึกครั้งใหม่ก่อนลงจอฉาย 23 ก.ค. นี้!

ถ้าถามว่ามีหนังเรื่องไหนที่เหมาะจะดูในปีนี้มากที่สุด หมีคิดว่าทุกคนน่าจะมีคำตอบไว้ในใจกันอยู่แล้ว และคำตอบนั้นก็น่าจะคล้ายกันด้วย นั่นคือ "Train to Busan: Peninsula"

อร่อยจริงไม่จกตา "เจี้ยนคัง บัวลอยน้ำขิง สาธุประดิษฐ์​ 4"

ว่าจะไม่ลงของกินแล้วนะคืนนี้! แต่บัวลอยน้ำขิงร้านนี้เค้าดีจริง และอาจเรียกว่าร้านลับได้ เพราะเป็นร้านเล็กๆ อยู่ตรงข้ามซอยสาธุประดิษฐ์​ 4 ข้างร้านโจ๊กหมูทอง


© 2018 CONDOTIDDOI

ME ESTATE CO.,LTD
92/21 HOLLYWOOD STREET CENTER
PHAYATHAI RD. RACHATEVEE
BANGKOK 10400 THAILAND

02-656-6776
condotiddoi@gmail.com

CONTACT US

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

CONDOTIDDOI

085-546-4694

info.condotiddoi@gmail.com

Copyright www.condotiddoi.com © 2018
web design & programming by www.smilephp.com