“Life วิทยุ" (Life One Wireless) อยู่เพลินจิต ชีวิตเพลินใจ

“Life วิทยุ" (Life One Wireless) อยู่เพลินจิต ชีวิตเพลินใจ

BTS : เพลินจิต

Home   /   ติดดอยโร้ดทู
12 Mar 2018   15:45


 
        “ถนนวิทยุ” หรือเรียกแบบอินเตอร์ๆว่า “Wireless Road”
 
        อีกหนึ่งถนนคลาสสิคใจกลางเมือง ที่มีความโดดเด่นในตัวเองอย่างมาก
 
        โดดเด่นยังไงนะเหรอ....
 
        บนถนนเส้นนี้ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่สำคัญๆมากมาย
 
        ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า สถานทูต โรงแรม โรงพยาบาล สวนสาธารณะ อาคารสำนักงานบริษัทชั้นนำ
 
        หรือแม้แต่ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง รถไฟฟ้า และท่าเรือ
 
        ด้วยความ ปัง! นี้เอง ทำให้ที่ดินตรงนี้มีมูลค่าสูง และหายากมาก
 
        เรียกได้ว่าใครมาช้าอด! ไม่งั้นก็ต้องกระเป๋าหนักมากจริงๆ
 
        ทำให้โครงการคอนโดใหม่ๆที่มาเปิดตัวแถวนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นราคาที่กระเป๋าตังค์ต่างร้องโอดครวญ อิอิ 
 
        แต่เมื่อปีที่แล้ว ได้มีโครงการหนึ่งมาอุบัติขึ้น ด้วยค่าตัวแค่หลัก 1 แสนกลางๆ/ตร.ม...!!!
 
        ทั้งที่เจ้าอื่นเคาะไปแถวหลัก 2-3 แสนบ./ตร.ม.กันไปแล้ว
 
        ตอนช่วงเปิดตัว ค่อนข้างร้อนแรงมากๆ คนมาต่อคิวจองนี่อย่างแน่น แทบจะขี่คอกันเดิน
 
        และนั่นก็คือโครงการที่ผมจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมกันในวันนี้
 
        โครงการนี้มีชื่อว่า “ไลฟ์ วัน ไวร์เลส” (Life One Wireless) ของ AP นั่นเอง!!!
 
        มาดูกันว่า บนทำเลที่โดดเด่น และแสนมีมูลค่าขนาดนี้ โครงการพักอาศัยตรงนี้ จะมีหน้าตาเป็นยังไง
 
 
 
 
 
        การเดินทางวันนี้ ผมก็ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS เช่นเคย
 
        หลายคนมาลง BTS "สถานีเพลินจิต" ครั้งแรกอาจจะงงๆหน่อย
 
        ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ต้องมาประชุมแถวนี้ทีไร งงทุกที โรงแรมไหนไปทางไหน 555
 
        สถานีนี้มีทางออกด้วยกันถึง 5 ประตูครับ เราออกประตู 5 นี่แหละ
 
        ออกมาจะเจอ ตึก Park Venture ด้ายซ้ายมือ อีกหนึ่ง Landmark สำคัญของย่านนี้
 
        เป็นอาคารสำนักงานที่มีบริษัทชั้นนำอยู่มากมาย ทั้งชาวต่างชาติและคนไทย เดินกันขวักไขว่เลยทีเดียว
 
        จากตรงที่ผมยืนอยู่ มองไปฝั่งซ้ายตรงแยกเพลินจิต ตรงที่มีกลุ่ม F1 เตรียมออกจากเส้นชัยตรงนั้น ฮ่าๆ
 
        จะมีตึกสำนักงานของธนาคารกรุงศรีอยู่เด่นชัด แต่โครงการที่เราจะไปอยู่ทางฝั่งขวามือนะ
 
        ชัดเจนครับ มุมซ้ายแรกที่เห็นคือ ห้าง Central Embassy ที่ผมมาเดิน (ตากแอร์) บ่อยๆนั่นเอง
 
        ห้างสรรพสินค้าสุดหรูระดับ High End ที่รวบรวมสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังไว้มากมาย
 
        แถมยังมีโรงหนังที่มีการบริการระดับโรงแรม 6 ดาว อยู่ที่นี่อีกด้วย
 
        เท่านั้นยังไม่พอ ด้านในยังมีทางเดินเชื่อมต่อไปยัง โรงแรมปาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ ได้อีก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
        ผมเดินลงบันไดมาทางฝั่ง Wave Place อีกหนึ่งสำนักงานให้เช่า ที่มีห้าง Home Pro อยู่ด้านใน
 
        สบายครับแบบนี้ อยากได้ โต๊ะ ตู้ เตียง ก็ออกมาแค่ปากซอยได้เลย
 
        เห็นหรือยังครับ นี่ยังเดินไม่ถึงไหนเลย เจอทั้งห้าง สำนักงาน โรงแรม รวมกันอยู่ทั้ง 4 มุมเมือง
 
        ทำเล ปัง! จริง
 
        บริเวณหัวมุมถนนเจอพี่วินรอให้บริการอยู่เป็นจุดแรก ใครไม่อยากเดินก็จัดไป 10 บาทถึงหน้าโครงการเลย
 
        ตลอดสองข้างทาง มีต้นไม้สีเขียวปลูกไว้เรียงราย พอได้ร่มเงา และความร่มรื่นอยู่บ้าง
 
        วันไหนอากาศดีดี ก็เดินได้สบายๆ
 
        มองไปฝั่งซ้ายมือจะพบกับสถานทูตอังกฤษ ใครอยากไปเชียร์หงส์แดง ผีแดง ก็มาคุยกับพี่ๆเค้าได้ตรงนี้
 
        จากนั้นเดินต่อมาอีกไม่เท่าไหร่ก็เจอกับสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ และพี่วินด่านที่สอง
 
        มองไปฝั่งซ้ายมือนี้เป็นบ้านปาร์คนายเลิศครับ อีกหนึ่งสวนสวยใจกลางเมือง
 
        สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตในการดำเนินชีวิตแบบร่วมสมัย ที่สืบทอดมาสู่ทายาทของนายเลิศในปัจจุบัน
 
        ภายในมีการจัดแสดงเรือนไม้สักที่มีอายุกว่า 100 พร้อมรายล้อมไปด้วยสวนที่มีความร่มรื่นอีกกว่า 14 ไร่
 
        ใครสนใจก็ไปเยี่ยมชมของเก่าแก่หาดูได้ยาก ไปเดินพักผ่อนสูดอากาศกันได้ ที่นี่เค้าเปิดให้เข้าฟรีครับ
 
       และเจอพี่วินด่านที่สาม อยู่บริเวณปากซอยนายเลิศพอดิบพอดี
 

       ถัดไปอีกแค่นิดเดียวก็จะถึงโครงการแล้ว แต่ขอแทรกให้ดูทางซ้ายมืออีกสักหน่อยแล้วกัน

 
 

 
 
        ถัดมาที่อยากกล่าวถึงคือ BDMS หรือ ศูนย์สุขภาพครบวงจร ในเครือรพ. กรุงเทพ
 
        ซึ่งได้ซื้อที่ดินจาก สวิส โฮเต็ล ปาร์ค นายเลิศ มาด้วยมูลค่ามหาศาล เป็นข่าวที่ดังคับเมืองมากทีเดียว ณ เวลานั้น
 
        จุดนี้จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญมาก
 
        เพราะเป็นศูนย์สุขภาพครบวงจรแห่งแรกในเอเชีย โดยจะมีบริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และฟื้นฟูสุขภาพ
 
        รวมไปถึงบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งโปรแกรมการตรวจและเครื่องมือรักษาก็จะครบถ้วนมากขึ้น
 
        หมอและพยาบาลก็มีความเป็นมืออาชีพ เกิดอะไรขึ้นก็รักษากันได้ทันท่วงที
 
        (แต่ถ้าจะให้ดี สุขภาพแข็งแรงไม่ต้องเข้าโรงพยาบาลดีที่สุดครับ)
 
        ซึ่งจะก่อให้เกิดความต้องการด้านที่อยู่อาศัยแถวนี้เพิ่มมากขึ้นทีเดียว
 
        และแน่นอนว่า ส่งผลถึงโครงการ "Life 1 wireless" ให้มีมูลค่าเพิ่มไม่น้อย 
 
 
        โอเค...และแล้วก็มาถึงโครงการ “ไลฟ์ วัน ไวร์เลส” (Life One Wireless) สักที
 
        ระยะห่างจากโครงการถึง BTS เพลินจิตประมาณ 600 เมตร
 
        เออ เดินจริงๆก็ไม่ไกลอย่างที่คิดนะ!!!
 
        อาจจะเพราะแวะโน่นแวะนี่ตลอดทาง ฮ่าๆ
 
        ก็แหม จะฝั่งซ้ายฝั่งขวา ก็เห็นมีจุดสำคัญๆที่น่าสนใจตลอดสองข้างทางเลยนี่เนอะ
 
        ทางเข้าโครงการก็จะหน้าตาแบบนี้ มีใบโพธิ์สีทองพลิ้วปลิวไสว เป็นสัญลักษณ์เด่นๆอยู่ด้านหน้า
 
        ด้านข้างมีร้าน Family Mart มาเปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อย
 
        ตรงนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้อยู่อาศัยไม่น้อย 
 
 
 
 
        สำหรับโครงการนี้เป็นโครงการจาก “AP” เป็นคอนโดมิเนียมแบบ High Rise สูง 43 ชั้น 1 อาคาร
 
        ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่กว่าๆ มีทั้งหมด 1,344 ยูนิต
 
        โดยจะมีส่วนกลางอยู่ที่ชั้น 42 และ 43 บนสุดโน่นเลย
 
        วันนี้ผมจะเอาภาพห้องตัวอย่างมาให้ดู 2 แบบด้วยกัน
 
        โอ้ ลืมบอกไป! โครงการเป็นแบบ Fully Fitted จะให้ครัว แอร์ และห้องน้ำนะครับ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
        มาเริ่มกันที่แบบแรก เป็น Studio ขนาด 28 ตร.ม. ดูกว้างทีเดียวเลย
 
        ครัวอยู่ด้านหน้าห้องน้ำ แยกส่วนจากตัวห้องนอน ติดประตูบานเลื่อนเพื่อแบ่งโซนและกันกลิ่นได้ระดับนึง
 
        โซนครัว ออกแบบมาให้ใส่ตู้เย็นเข้าไปได้แบบพอดีๆ
 
        ห้องน้ำก็ดูไม่อึดอัดจนเกินไปนะ กั้นส่วนเปียกแห้งพอให้กันลื่นได้อยู่
 
        ส่วนตัวห้องนอนนี่ผมชอบเลย มุมทำงานอยู่หัวเตียงทำเสร็จแล้วกระโดดขึ้นเตียงทันที ฮ่าๆ
 
        ตู้เสื้อผ้า ตู้เก็บของ และชั้นวางทีวี ก็วางไว้บริเวณปลายเท้า ยังพอมีที่เดินได้แบบสบายๆ
 
        แถมพื้นที่เล็กๆข้างเตียงไว้พอจัดชุดโซฟาเข้าชิดริมกำแพง ให้พอมีมุม พักผ่อน นั่งอ่านหนังสือชิลๆได้ด้วย
 
        การวาง Lay Out ค่อนข้างลงตัวดีครับ ไม่ค่อยมีพื้นที่ไร้ประโยชน์ จะใช้ประโยชน์ได้จากทุกส่วนพอดีๆ
 
        อยู่กันสองคน เดินสวนกันยังสบายๆ
 
 
 
 
 
 
 
        ถัดมาเป็นห้องแบบ 1Bed Plus ขนาด 35 ตร.ม.
 
        ห้องนี้ดูเรียบง่าย แต่ก็จัดออกมาได้ดูหรูหราดี
 
        เปิดเข้ามาด้านในจะเจอกับโซนของห้องนั่งเล่นก่อน
 
        ใครเข้ามาปั๊บถอดรองเท้าเรี่ยราด ก็ระวังจะสะดุดเอาได้ครับ อาจจะต้องหาตู้หาชั้นมาแทรกแถวนี้สักหน่อย
 
        จัดวางพื้นที่สำหรับนั่งทำงานอยู่ด้านนอกได้พอดี ถือว่าเป็นการลดการรบกวนการนอนได้อยู่บ้าง
 
        ใครใคร่ทำงานก็ทำไป ใครจะนอนก็ปิดม่าน บอกฝันดีได้เลย
 
        ครัวตรงนี้ดูเหมือนจะแคบกว่าห้องแบบแรกหน่อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่การจัดวางครับ
 
        หลายคนอาจจะจัดโต๊ะกินข้าวแทนมุมทำงานเมื่อกี้ไปเลยก็ได้
 
        เผื่อใครรักการทำอาหาร อยากได้พื้นที่ โชว์หั่นผัก หกเรี่ยราดเยอะๆ ฮ่าๆ
 
        มาดูในส่วนของห้องนอน อันนี้เน้นความเป็นส่วนตัวจริงๆ
 
        พื้นที่จัดมาไว้เน้นการพักผ่อน TV ติดผนังไว้บริเวณปลายเตียง ก็พอได้นอนดูหนังกันแบบเพลินๆ
 
        ติดกระจกบานเลื่อนกั้นห้องนอนไว้ ใส่ม่านเข้าไป หลับปุ๋ยแน่นอนเลยครับ
 
        ถัดเข้าไปจากห้องนอนตรงนี้จะเป็นห้องเล็กๆ ที่คุณผู้หญิงสามารถทำเป็นห้องแต่งตัวได้แบบเหลือๆ
 
        หรือใครอยากเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน ห้องอ่านหนังสือ ห้องเบบี๋ตัวน้อย ก็แล้วแต่สะดวกกันเลย ห้องนี้จะติดกับระเบียงนะ
 
 
 
 
 
 
 
        จะขอกล่าวถึงสาวกลางสักเล็กน้อย เหตุเพราะมันสวยจริงๆ
 
        ออกแบบมาได้ดูดีกว่าคอนโดหลายตัวที่มีราคาแพงกว่านี้ด้วยซ้ำ
 
        ถ้าสร้างเสร็จเมื่อไร คงต้องชวนตัวเองมาดูให้เห็นกับตาสักครา เพราะมีที่ชื่นชอบอยู่หลายจุด
 
        อย่าง Drop-Off ที่อยู่ด้านหน้าโครงการ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ต้นโพธิ์" ที่แต่เดิมจะมีอยู่ในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ลืมอดีต
 
        บริเวณชั้น 42 จะมีทั้งสวนลอยฟ้า จุดชมเมือง ห้อง Sauna ห้องเก็บของ
 
        ส่วนในชั้น 43 ก็จะเป็นห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ และสวนอีกเช่นกัน
 
        สระว่ายน้ำสวยจริงๆครับ ให้ความรู้สึกเหมือนว่ายน้ำกันกลางอากาศไปเลย จะมีโซน Jacuzzi ให้ด้วย ใครที่เน้นแช่น้ำชมวิว น่าจะถูกใจไม่น้อย 
 
 
        โครงการ “ไลฟ์ วัน ไวร์เลส” (Life One Wireless) ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่อยู่ใจกลางเมือง เป็นแหล่งรวมความเจริญไว้มากมาย
 
        รถไฟฟ้าอยู่ในระยะเดินได้ ถัดไปป้ายเดียวก็เจอ Central ชิดลม จะเชื่อมต่อไปยังแหล่งวัยรุ่นชิคๆ อย่างสยาม พารากอน ก็ใกล้นิดเดียว
 
        เอ้อ ลืมบอกไป ติดกับโครงการยังมี “ท่าเรือวิทยุ” อีกด้วย
 
        ใครเบื่อฝ่ารถติด ก็เดินทางด้วยเรือก็ได้นะ เปลี่ยนบรรยากาศไปอีกแบบ แถมไวมากด้วย ไม่มีเรือติดแน่นอน
 
        ถนนด้านหน้าโครงการสามารถตรงไปโพล่ ถนนเพชรบุรี ได้เลย หรือใครต้องการใช้ทางด่วนก็สามารถไปใช้ ทางด่วนเฉลิมมหานครได้
 
        จะใช้รถ หรือไม่ใช้ ก็มีทุกอย่างคอยอำนวยความสะดวกไว้ให้หมดแล้ว
 
        ทำเลดี มีทุกสิ่งให้เลือกสรรยิ่งกว่าเมอรี่คิงแบบนี้ และด้วยราคาค่าตัวที่เริ่มที่ 4.9 ล้านบาท
 
        สำหรับคนที่สนใจอยากย้ายสำมะโนครัวมาอยู่แถวนี้ หากพลาดโครงการนี้ไป ผมก็ยังไม่แน่ใจเลยว่า จะมีโครงที่มีระดับราคาแบบนี้ออกมาอีก
 
        เพราะฉะนั้น อย่าพลาด...!!!  ไปตีตราจองเป็นเจ้าของด่วน 
 
        ลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุด 100,000 บ.ก่อนไปด้วยเน้อ คลิกที่นี่
 
 
 
 

By Pun



Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)

KNIGHTSBRIDGE SPACE RAMA9




  ติดดอยรีวิว
ดีคอนโด แคมปัส กำแพงแสน : ท

ช่วงปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ผมได้รับคำถามเกี่ยวกับคอนโดตัวปร >>

195 (ONE9FIVE) เลขนี้ดีมีพร้อม

195 (ONE9FIVE) เลขนี้ดีมีพร้อมทุกอย่าง >>

ทิศไหนใช่ วิวไหนชอบ : Life L

แน่นอนว่าการเลือกซื้อคอนโดสักโครงการนึง เรื่องสูตร "location >>

  ติดดอยคอยบอก
ศุภาลัย จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญที่ไ

ศุภาลัย จัดงานสัมมนาครั้งสำคัญที่ไม่ควรพลาด พบกับสุดยอดผู้เชี่ยวช >>

“อาณา เอกมัย” บ้านเดี่ยวใจกลา

D'Well เปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง “อาณา เอกมัย (ARNA E >>

"เฮลิกซ์" การันตีคุณภาพ คว้าราง

โครงการอสังหาริมทรัพย์ดีเด่น ครั้งที่ 5 ประจำปี 2561 ประเภทแล >>

  ไลฟ์สไตล์
Neta Grill สาวกปิ้งย่างซีฟู้ด ซ

ปกติผมนั้นมักได้ไปใช้เวลาที่ The Crystal ราชพฤกษ์ บ่อยทีเดียว >>

Jamie’s Burgers: บ้าเนื้อไปก

น้องเจมส์ของผมน่าจะได้รับเชื้อ “บ้าเนื้อ” มาจากคุณพ่อแน่ๆ เพราะ >>

ติดดอยชวนไปกิน @19 FOOD & F

มีโอกาสไปร่วมงานเปิดร้านอาหารของพี่ชาย ชื่อว่า @19 FOOD & F >>