ช่วยกันสนับสนุน Thai Craft Beer

ช่วยกันสนับสนุน Thai Craft Beer

Home   /   ติดดอยคอยดื่ม
24 Jan 2017   07:08


 
        สืบเนื่องมาจากข่าวเกี่ยวกับการจับกุมคนที่ทำเบียร์ขายเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งค่อนข้างเป็นข่าวฮือฮาในวงการเบียร์บ้านเรา
 
        แอดมินขออนุญาตนำเสนอเกร็ดความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับกฏหมายในการทำเบียร์
 
        ซึ่งเขียนแปะกันทั่วไปใน Facebook เกี่ยวกับกลุ่มคนที่ชอบเบียร์
 
        เข้าใจว่ามาจากคุณ Artid Sivahansaphan และ เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับการทำเบียร์ จากเพจ “จะดีเสียก็เบียร์กู”
 
        ซึ่งเขียนไว้ได้ดีมากและเข้าใจง่ายมาก มาแชร์ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน
 
        ส่วนตัวแอดมินมองว่าเจ้าหน้าที่สรรพสามิตรและตำรวจเค้าก็ทำถูกต้องตามหน้าที่ของเค้า
 
        แต่ดูจากสีหน้าของเจ้าหน้าที่ในภาพข่าวแล้ว
 
        แอดมินว่าเจ้าหน้าที่ก็คงมีอารมณ์อยากชิมเบียร์ที่เค้าปรุงบ้างแหละน่า (ใช่มะใช่มะ)
 
        หรือจริงๆแล้วกฏหมายไทยควรจะเอื้อให้การทำเบียร์กินเองหรือขาย เป็นเรื่องที่ไม่ผิดกฏหมายกันแน่ครับ
 
        จริงๆ เท่าที่ผมเคยลองชิม craft beer ในบ้านเรามาบ้าง พบว่ามีหลายเจ้าทำได้ดีเลย แต่มีอีกหลายเจ้าเป็นจำนวนมากกว่าที่ยังต้องปรับปรุงอีกหลายๆด้าน
 
        อย่างไรก็ดี ผมเห็นว่าเราควรจะมีทางเลือกในการดื่มเบียร์ มากกว่าเบียร์ที่มีอยู่ในร้านสะดวกซื้อ
 
        ผมจึงสนับสนุนให้การผลิต craft beer ไทย เป็นเรื่องถูกกฏหมายง่ายกว่าเงื่อนไขเดิมที่เป็นอยู่ครับ สุดท้ายหากเห็นด้วยผมขออนุญาตฝาก link ใน change.org ที่มีคนได้ทำขึ้นไว้แล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ละกันครับ
 
 
#ผมชอบเบียร์
 
        บทความจากคุณ Artid Sivahansaphan
 
        "ก็อปมาจ้าา เครดิตด้านล่าง #ผมชอบเบียร์
 
        เห็นข้อมูลเรื่องกฏหมายการทำเบียร์ที่โพสข้างล่างเขียนไป ขอถือวิสาสะเขียนอธิบายคร่าวๆนะครับ จะได้ไม่เข้าใจผิดกัน
 
        ประเทศไทยอนุญาตให้ทำเบียร์ได้ถูกกฏหมายได้แค่ 2 แบบ
 
        แบบแรกคือ ทำ brewpub นึกภาพไม่ออกให้นึกถึงโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดงเข้าไว้ครับ นั่นล่ะ brewpub ประเภทนี้ประเทศเรากำหนดให้มีกำลังการผลิตขั้นต่ำ 1 แสนลิตรต่อปี แต่ไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี รายละเอียดปลีกย่อยยั้วเยี้ยขอข้ามไป ไอ้ประเภทว่าห้ามบรรจุขวด ห้ามใส่โถใส่ถังเอาไปจำหน่ายนอกร้าน ก็บังคับใช้กับบริวผับบ้านเรา อยากดื่ม ดื่มได้แค่ในร้าน
 
        แบบที่สองคือ โรงเบียร์ขนาดใหญ่ ต้องมีกำลังการผลิตอย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี จำนวนมหาศาลขนาดนี้ นึกถึงพวกสิงห์ช้างไปเลย
 
        ดังนั้นบ้านเราจึงไม่มีที่ว่างให้ microbrewery ขนาดเล็กครับ บางประเทศกำหนดแค่ 2 หมื่นลิตรต่อปีก็ทำได้แล้ว แต่ประเทศเรา 10 ล้านลิตรครับ อ้วกแตกกันไป อยากต้มเบียร์เป็นบริวผับยังต้องทำ 1 แสนลิตรขั้นต่ำ มหาศาลมากๆครับ
 
        ส่วนคราฟต์เบียร์ไทยที่ทุกท่านดื่มกันทุกวันนี้ ร้อยละ 80 % คือของผิดกฏหมายครับ เพราะการทำ homebrew เป็นสิ่งผิดกฏหมายในประเทศนี้ ถ้าต้มเฉยๆโดนปรับ ต้มแล้วขายปรับหนักกว่า คราฟต์เบียร์ไทยที่ทุกท่านดื่มทุกวันนี้ ตัวไหนไม่มีสแตมป์แปะ มันคือของเถื่อนครับ
 
        ไอ้อีก 20 % ที่เหลือคือคนทำคราฟต์เบียร์ไทยที่ต้องถ่อไปต้มเบียร์ที่ต่างประเทศครับ แล้วค่อยนำเข้ามาขายอย่างถูกกฏหมาย ติดสแตมป์ ทำเรื่องนำเข้า เสียภาษีมหาโหด พวก sandport / happy new beer / มหานคร / stone head พวกนี้คืออดีตของเถื่อนที่ไปทำแบบถูกกฏหมายแล้ว
 
        ส่วนfullmoon ที่ทำชาละวันกับชาตรีนั้น เป็นบริวผับที่ภูเก็ต แต่เขาก็ไปต้มที่ต่างประเทศเช่นกัน แล้วนำเข้าไอ้ชาละวันกับชาตรีเข้ามาขายนี่ล่ะ ไม่ได้แปลว่าเขาเอาเบียร์ในบริวผับของเขามาบรรจุขวดนะครับ บริวผับกับตัวที่ต้มนอกเป็นคนละส่วนกัน
 
        ส่วนร้านขายคราฟต์เบียร์ไทยที่เราๆรู้จักกัน ที่ฮิตๆกัน ผิดกฏหมายหมดครับ ทั้ง let the boy die นี่ก็ผิดกฏหมาย โดนจับโดนบุกร้านกันมาหลายรอบแล้ว ร้านชิตเบียร์ก็ผิดกฏหมาย โดนจับมาหลายรอบแล้วเช่นกัน
 
        ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่พวกเขาทำ สิ่งที่พวกเราดื่ม เป็นเรื่องชั่วช้านะครับ เราอยู่ในสนามที่ไม่แฟร์ กฏกติกาเอื้อแต่รายใหญ่ บีบให้รายเล็กๆต้องดิ้นรนหาวิธี หาทางออก เพื่อให้เราได้ดื่มเบียร์ทางเลือกกัน
 
        ขอบคุณพี่ Artid Sivahansaphan ที่เรียบเรียงข้อมูลค่ะ ขออนุญาตเอามาแปะ"
 
        #มิตรสหายท่านหนึ่ง
 
        บทความจากเพจ “จะดีเสียก็เบียร์กู”
 
        ควันหลงการจับกุม
 
        นอกเหนือจากประเด็นทางกฎหมายที่หลายเพจได้กล่าวถึงไปแล้ว ผมเลยนึกถึงเรื่องราวพื้นฐานง่ายๆ เกี่ยวกับเบียร์ที่มักเอาไว้สื่อสารกับเพื่อนๆ หลายคน
 
        - เบียร์ประกอบขึ้นจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ คือ น้ำ ธัญพืช (ข้าวต่างๆ) ดอกจากต้นฮ็อป และยีสต์ และอาจประกอบด้วยเครื่องเทศ หรือสารปรุงกลิ่นต่างๆ ตามแต่จินตนาการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน
 
        - หลักการของเบียร์เรียบง่ายเช่นเดียวกับสุราหมักทั่วโลก คือ การสร้างสภาพแวดล้อมที่อุดมไปด้วยสารอาหารของยีสต์ (ในที่นี้คือน้ำตาลที่สกัดมาจากแป้งในธัญพืช) จากนั้นปล่อยให้ยีสต์ดำรงชีพในสภาพแวดล้อมนั้น และเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ที่กินได้
 
        - นักต้มเบียร์หรือ Brewer เปรียบก็คือสถาปนิก+ผู้รับเหมา ในการสร้างสภาพแวดล้อมให้กับยีสต์
 
        - การสร้างสภาพแวดล้อมก่อนเป็นเบียร์นั้น ต้องสะอาดให้มากถึงมากที่สุด เพื่อป้องกันยีสต์อื่นๆ และแบคทีเรียในธรรมชาติมาแย่งอาหารยีสต์ที่เราคัดเลือกไว้ เพราะจะทำให้เบียร์มีกลิ่นหรือรสจากยีสต์อื่นที่เราไม่ต้องการ ดังนั้นทุกกระบวนการทำเบียร์จึงต้องสะอาดที่สุด และมีการ Sanitize เกือบทุกขั้นตอน ด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการใช้สารเคมี การใช้ความร้อน ฯลฯ
 
        - นอกจากนั้น หลังหมักเป็นเบียร์แล้ว สภาวะแอลกอฮอล์ และเป็นกรดอ่อนๆ ยังคอยปกป้องการเติบโตของเชื้อยีสต์และแบคทีเรียอื่นๆ ในยุโรปยุคหนึ่งจึงดื่มเบียร์แทนน้ำเปล่า เพราะนอกจากจะมีรสชาติ และคลายเครียด ยังการันตีถึงความสะอาดกว่าน้ำเปล่า ที่มักปนเปื้อนเชื้อโรคมากกว่า
 
        - ทุกๆ คนสามารถทำเบียร์เองได้ ง่ายพอๆ กับการทำขนมเค้ก หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเคมี หรือนักวิทยาศาสตร์ เปิดอินเทอร์เน็ตทุกวันนี้มีวิธีมากมาย รวมทั้งมีผู้คิดค้นเครื่องผลิตเบียร์แบบสำเร็จรูปมาจำหน่ายในบ้านเราแล้วด้วยซ้ำ
 
        - การทำเบียร์เองทุกวันนี้ ใช้อุปกรณ์ที่หาได้ในประเทศไทยแทบทุกอย่าง ถ้าถามว่าเริ่มต้นใช้เงินเท่าไร อุปกรณ์อะไรบ้าง ผมมักแนะให้คำนวณและจินตนาการคร่าวๆ ว่า เราจะทำก๋วยเตี๋ยวน้ำกินเองที่บ้านสักหม้อหนึ่งต้องลงทุนอะไรบ้าง แล้วบวกเพิ่มอีก 1,000 -2,000 เพื่ออุปกรณ์เฉพาะทางบางอย่าง เช่น ระบบทำความเย็น หรือกระติกน้ำแข็ง
 
        - ตามเว็บไซต์ไทย มีคนนำเข้าอุปกรณ์และวัตถุดิบ Homebrew จำหน่ายปลีกแล้วมากมาย
 
        - การทำเบียร์เอง เปิดโอกาสให้เราได้คัดสรรวัตถุดิบที่ดีที่สุดได้เอง ซึ่งแน่นอน เราคงไม่ใส่สารเคมีอันตรายลงไป และต่อให้ใส่ลงไป เบียร์ก็อาจได้กลิ่นหรือรสที่ผิดเพี้ยนจนไม่อาจดื่มได้ ประสาทสัมผัสจะบอกเราเอง
 
        - Homebrew หรือเบียร์บ้าน เปิดโอกาสให้เราสร้างสรรค์เบียร์ที่เราอยากดื่มได้ไม่จำกัด หรือมีเพียงหนึ่งเดียวในโลกได้ แบบสำรวจล่าสุดของนิตยสาร Craft beer and Brewing Magazine ระบุคำถามว่า “ถ้าต้องเลือกดื่มเบียร์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งตลอดชีวิต จะเลือกยี่ห้ออะไร” น่าตลกที่ผู้อ่านมากกว่า 90% ตอบว่า “My Homebrew Beer”
 
        - สิ่งที่ยากที่สุดในการทำเบียร์ คือ การเริ่มต้น “ลงมือ” ทำ และเบียร์ทำเองที่อร่อยที่สุดคือเบียร์แบชแรก
 
        - ทั้งเบียร์ทำเองและสุราพื้นบ้าน มักถูกโจมตีถึงความไม่สะอาด สกปรก แบบเดียวกับอุตสาหกรรมอาหารโจมตีผักผลไม้พื้นบ้าน และอาหารจากภูมิปัญญาเก่าแก่ คำถามคือ กลับกันทำไมเราจึงเชื่อว่าเบียร์ Commercial สะอาด
 
        - ลองคิดถึงดินแดนที่การชงกาแฟหรือชาเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ทางเลือกเดียวคือซื้อชาเขียวหรือกาแฟกระป๋อง (ปลอมๆ) ในเซเว่นดื่ม
 
        - Homebrew ไม่ใช่แค่การทำเบียร์เองที่บ้าน แต่หมายถึงสิทธิและเสรีภาพในทางเลือกของชีวิต
 
#ผมก็ชอบเบียร์ #แต่ผมรักเมีย
 
 

By Tiddoi


ติดดอยคอยดื่ม ก่อนหน้า
ARK – Some & Some abv. 4.5% from Korea
ติดดอยคอยดื่ม ถัดไป
ติดดอยคอยดื่ม#44 : Kaiserdom at 7-11!!!

Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)

KNIGHTSBRIDGE SPACE RAMA9


  ติดดอยรีวิว
เลขที่ออก ...... 195 (ONE9F

มาถึงตอนนี้ คงไม่มีใคร “งง” กับตัวเลข “195” อีกแล้วนะครับ ทั้ง >>

Life Ladprao Valley : คอน

"Life Ladprao Valley" ที่ "พี่แอพ" ยืนยันว่านี่ไม่ใช่ "Life ล >>

MARU เอกมัย 2 เลือกที่ (นี่) สบ

คอนโดแบบไหน ที่สามารถฝากชีวิตของเราเอาไว้ได้? คำตอบคือ… ค >>

  ติดดอยคอยบอก
แสนสิริ ปล่อยของ "SANSIRI MO

แสนสิริ เปิดตัว "SANSIRI MOVE-IN EXPERIENCE" แพล็ตฟอร์ม >>

เปิด Sales Gallery "หัวมุมรา

อะอะ อะ แฮ่ม!! เค้าว่ากันว่าอะไรที่อยู่หัวมุมมักจะน่าสนใจใช่ไหม! >>

ศุภาลัย ลอฟท์ ประชาธิปก - วงเ

ศุภาลัยปลื้มผลตอบรับดีเกินคาด โครงการศุภาลัย ลอฟท์ ประชาธิปก >>

  ไลฟ์สไตล์
Jamie’s Burgers: บ้าเนื้อไปก

น้องเจมส์ของผมน่าจะได้รับเชื้อ “บ้าเนื้อ” มาจากคุณพ่อแน่ๆ เพราะ >>

ติดดอยชวนไปกิน @19 FOOD & F

มีโอกาสไปร่วมงานเปิดร้านอาหารของพี่ชาย ชื่อว่า @19 FOOD & F >>

“แอบอบ” อบวุ้นเส้นรสจัดจ้าน อร

มาถึงที่ร้าน “แอบอบ” ถ้าไม่สั่ง “อบวุ้นเส้น” ก็เหมือนไป “ปารีส” >>