Road To: “เดอ ลาพีส จรัญ 81” (De LAPIS Charan 81) ให้ความรู้สึกตอบทุกเหตุผลของคุณ

Road To: “เดอ ลาพีส จรัญ 81” (De LAPIS Charan 81) ให้ความรู้สึกตอบทุกเหตุผลของคุณ

Home   /   ติดดอยโร้ดทู
24 Apr 2018   16:39


 
        อยู่ฝั่งธนฯคิดถึงฝั่งกรุง ล่ะไปอยู่ฝั่งกรุง ก็คิดถึงฝั่งธนฯ อยู่ฝั่งกรุงจะกลับฝั่งธนฯ ล่ะพออยู่ฝั่งธนฯ ก็จะกลับฝั่งกรุง โอ้ปั๊ดโธ่ ปั๊ดโธ่ คิดถึงฝั่งธนฯ~ (ร้องให้เป็นทำนองเพลง “สาวเมืองนนท์” นะครับ 5555)
 

        ทุกคนเคยมีความรู้สึกเหมือนกันมั้ยว่า ฝั่งธนฯของเราเนี่ย มัมีเสน่ห์บางอย่างที่แตกต่างจากฝั่งพระนคร

 
        อาจจะเพราะความเป็นเมืองเก่าก็เป็นได้  

        ซึ่งในวันนี้ ผมก็ได้มีโอกาสพาเพื่อนมาเยี่ยมชมโครงการย่านฝั่งธนฯกันบ้าง 

 

        สำหรับโครงการที่ผมจะพาเพื่อนๆไปเยี่ยมชมกันในวันนี้ก็คือโครงการ “เดอ ลาพีส จรัญ 81” (De LAPIS Charan 81) น้องใหม่ล่าสุดจากค่ายแกรนด์ ยูนิตี้ (GRAND UNITY) 

 
        หลังจากที่ เมื่อเดือนที่แล้วเค้าเพิ่งปล่อยตัว “CIELA Sripathum” ออกมาให้เราได้ยลโฉมกัน
 
        บอกเลยว่าปีนี้ “พี่แกรนด์” เนี่ยแหละ ที่ทำให้ผมรู้สึกสนใจเป็นพิเศษเลย
 
        อย่างที่เรารู้ๆกันตั้งแต่ต้นปีว่า ปีนี้ "พี่แกรนด์" เค้าจะปล่อยโครงการตามแผนมาทั้งหมด 4 โครงการ ในแนวคิด “สีฟ้าทั้ง 4 โครงการ”
 
        ซึ่งถึงตอนนี้ก็ออกมาแล้ว 2 แบบ
 
        ปีนี้พี่เค้าน่าสนใจ เพราะเค้าไม่ได้แยกแบรนด์ตามระดับของอสังหาฯ แต่เค้าเลือกที่จะแยกแบรนด์ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยมากกว่า
 

        เริ่มสงสัยกันแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ว่า “De LAPIS Charan 81” มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากคอนโดที่อื่นๆยังไง

 
        เอาเป็นว่าไปลุยกันเลยดีกว่า การเดินทางนั้นง่ายกว่าที่คาด และค่อนข้างสะดวกทีเดียว
 
        ซึ่งเส้นทางการเดินทางโครงการนั้นบอกเลยว่า มีหลายช่องทางให้เลือกสรรกันเลย
 
        ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า (ช่องทางหลักของชาวดอยอย่างพวกเรา 555) รถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง รวมถึงท่าเรือก็มี ครบเครื่องใช่มั้ยล่ะ
 
 

        สำหรับใครที่เดินทางมาจากอนุสาวรีย์ชัยฯแบบผมก็บอกเลยว่าสะดวกสบายตรงยาวลูกเดียว

 
        มุ่งหน้ามาบนถนนราชวิถี ข้ามสะพานกรุงธนหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “สะพานซังฮี้”
 
        เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์แปปเดียว ก็จะเจอโครงการอยู่ทางด้านซ้ายมือครับ
 
 

        ซึ่งก่อนเราจะเห็นตัวสำนักงานขาย ก็จะพบสวนและป้ายของทางโครงการ

 
        ใครที่ผ่านมาแถวนี้คงคิดเหมือนกับผมว่า ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้มันสวยดีนะครับ น่าจะอายุหลายปีเลย
  
 
 

        อาคารสำนักงานขายที่นี่ เน้นความเรียบง่าย ตาม แนวคิด Simply Makes Sense ครับ

 
        ซึ่งทางโครงการบอกว่า เมื่อตัวโครงการแล้วเสร็จสำนักงานขายนี้จะถูกปรับให้เป็นร้านค้าของโครงการด้วย
 
        ร้านค้าที่นี่จะมีอยู่ 2 ร้าน แม้ยังไม่ฟันธง แต่ก็พอแย้มออกมาว่าเป็นประเภทร้านสะดวกซื้อเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่นั่นเอง
 
 

        บรรยากาศภายในสำนักงานขายพอเข้ามามันได้ฟีลไปอีกแบบนะครับ มันรู้สึกโล่ง โปร่ง สบายบอกไม่ถูก

 
        อย่างที่ผมบอก สำหรับผม สำนักงานขายมันบ่งบอกสิ่งที่โครงการต้องการจะสื่อกับลูกค้าอย่างเราได้
 
        ซึ่งที่นี่ก็ทำให้รู้สึกได้เลยแหละ ว่าความเรียบง่ายที่เห็นจริงๆแล้วมันแฝงด้วยรายละเอียดมากมาย
 
 
 
        บริเวณด้านหน้าสุดก็จะมีโมเดลจำลองของตัวโครงการอยู่ครับ ซึ่งทำให้เห็นภาพรวมของโครงการชัดเจนขึ้น 
 

        ตัวโครงการประกอบด้วย 3 อาคาระครับ

 
        เป็นอาคารที่พักอาศัย 1 อาคาร ทางด้านขวาของภาพ และอาคารจอดรถ 1 อาคาร ซึ่งมีความสูงต่ำลงมาทางด้านซ้ายของภาพ และอาคารด้านหน้าที่จะเป็นร้านค้า
 
 

        ตัวโครงการมีระยะใกล้มากจากถานีรถไฟฟ้าบางพลัด 

 
        ดูจากโมเดลจำลอง แทบจะรู้สึกว่ามันติดกับโครงการเลยทีเดียว  
 
 
 
 
         ขอพูดถึงรถไฟฟ้ากันหน่อยนะครับ สถานีรถไฟฟ้าบางพลัดที่ผ่านหน้าโครงการเราเนี่ย
 
         เป็นหนึ่งในสถานีของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ที่มีการออกแบบให้เป็น "วงแหวน" ตั้งแต่แรก
 
         โดยมันพิเศษตรงที่ เป็นแกนกลางในการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น 
 
         ทีนี้ไปใกล้ ไปไกลแค่ไหนก็ไปได้ทั่วเมืองกันเลย แถมก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบ 100% แล้วด้วย 
 
         สำหรับส่วนต่อขยายเตาปูน-ท่าพระ(เส้นที่ผ่านหน้าโครงการ) จะแล้วเสร็จในปี 2563
 
         เมื่อถึงเวลานั้นคนที่อาศัยย่านฝั่งธนฯ. จะมีความสะดวกในการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
          
 

        นอกจากโมเดลจำลองของตัวอาคารแล้ว

 
        ทางโครงการยังมีโมเดลจำลองของพื้นที่โดยรอบให้เราได้สำรวจกันด้วย
 
        ซึ่งเมื่อเห็นภาพรวมแบบนี้ บอกได้เลยว่า “ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยากว่าที่คาด!!!!”
 
        ถ้าอยู่ชั้นสูงหน่อย ผมว่าเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไม่ต่างจากพวกโครงการติดแม่น้ำเลยแหละ
 
        แต่ราคาสบายกระเป๋าสตางค์กว่ามาก แถมยังได้รถไฟฟ้าวิ่งผ่านหน้าบ้านอีกด้วย 55555
 
 

        เห็นอะไรกันมั้ย!!!

 
        นอกจากโครงการของเราจะใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาและรถไฟฟ้ามากๆแล้ว
 
        มองไปอีกฝั่งของแม่น้ำยังเห็นอาคาร “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ของไทยอีกด้วย
 
        ซึ่งบอกเลยว่าคงจะเป็นวิวที่สวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว
 
 

        ดูเวลาก็เกือบเที่ยงคืนนน~ เอ้ย… เที่ยงวัน!!!

 
        น้ำย่อยในกระเพาะน้อยๆของผมเริ่มออกมาโจมตีเสียแล้ว
 
        อย่ากระนั้นเลย ก่อนจะเข้าไปชมห้องตัวอย่างกัน ผมเลยขอแวบออกมาหาอะไรรองท้องกันก่อนดีกว่า 555
 
        เวลาท้องหิวๆเนี่ยมักจะไม่ค่อยมีพลังงาน 
 
        ไหนๆก็เขียนถึงทำเลอยู่แล้วอะเนอะ จะได้ไม่งงกัน 
 

        ว่าแล้วผมก็เลยเดินจากโครงการออกมาทางรถไฟฟ้ากันก่อนเลยครับ เพราะอยากเห็นว่ามันจะใกล้ซักแค่ไหนกันเชียว

 
        ซึ่งบอกเลยว่าเดินไม่กี่ก้าว น้ำย่อยไหลไม่ถึงนาที ก็เจอกับทางขึ้นรถไฟฟ้าแล้วครับ
 
        ทางขึ้นด้านนี้จะแตกต่างจากที่เราเห็นในโมเดลของโครงการนิดหน่อย เพราะไม่ได้วางอยู่บนทางเท้า
 
        แต่เป็นการเลื่อนออกไปตั้งข้างๆฟุตบาทแทน แถมเป็นด้านที่มีลิฟท์โดยสารซะด้วย
 
        ใครที่กลัวว่าการขึ้นบันไดเลื่อนของรถไฟฟ้าจะไม่ปลอดภัยก็หมดห่วงได้เลย (อุ๊ปส์!!!!! ไม่ได้แซวใครนะครับ 555)
 
 
 

        ตรงแถวสถานี ตอนนี้ยังไม่มีของหย่อนใส่ท้องเท่าไร แต่คาดว่าหลังรถไฟฟ้าเปิดทำการแล้ว น่าจะมีตามมาไม่น้อย

 
        แหล่งบันเทิงของกระเพาะเรา ต้องเดินย้อนขึ้นไปทางซอยจรัญ 79 
 

        ตรงนี้จะมีป้ายรถเมล์ด้วยนะครับ อยู่กึ่งกลางระหว่างซอยจรัญ 79 และ 79/1 สะดวกสบายกันไป หายห่วง

 
        ทีเด็ดเรื่องของกินของที่นี่ ผมขอยกให้ซอยจรัญ 79 เค้านี่แหละ เพราะข้างในเป็น “ชุมชนบางพลัด” ที่อุดมไปด้วยร้านค้า และของกินมากมาย 
 
        แถมยังคึกคักตลอดทั้งวันอีกด้วย ไม่ว่าจะหิวเมื่อไหร่แวะมาซอยนี้ มีของให้อิ่มท้องแน่นอน
 
 
 

        หรือใครมีเป้าหมายแน่วแน่ที่ชอบเข้าร้านสะดวกซื้อ (แบบผม 5555) ไม่ต้องเข้าซอยชุมชนบางพลัด แค่เดินย้อนขึ้นมาทางซอยจรัญ 77/3 ก็จะเจอ 7-eleven ครับ จากโครงการเดินมาชิลๆแป๊บเดียวก็ถึง

 
        ข้างๆ 7-eleven ก็ยังมีร้านอาหารน่าลิ้มลองอีกหลายร้านเลยครับ ไว้คราวหน้ามีโอกาส คงต้องขอเข้าไปฝากท้องซะหน่อย
 
 
 

        สำหรับใครที่จะซื้อของใช้เข้าคอนโด เข้าบ้าน หรืออยากมาหาอะไรกินในห้าง

 
        เลย 7-eleven ไปหน่อย ฝั่งตรงข้ามจะมี Tesco Lotus ตั้งตระหง่านอยู่ เราสามารถข้ามสะพานลอยตรงหน้า 7-eleven ได้เลย
 
        จากโครงการมา ก็ยังเป็นระยะที่พอเดินได้ครับ ถือว่าออกกำลังกายไปในตัวเนอะ อิอิ ไม่ไกลอย่างที่คิด
 
 
 
        นอกจากนั้น ตรงสะพานลอยที่เราข้ามมาแล้ว จะเจอกับซอยวัดอาวุธ ซึ่งเป็นซอยที่เงียบสงบดีครับ มีร้านค้าบ้างประปราย บริเวณท้ายซอยฝั่งซ้ายต่อจากวัดอาวุธมีสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 48 พรรษาด้วย 
 

        บริเวณติดแม่น้ำเจ้าพระยาก็จะมีท่าเรือข้ามฝากในราคา 5 บาทเอง

 
        ซึ่งพอข้ามไปก็จะไปลงบริเวณท้ายซอยของการไฟฟ้านครหลวงพอดี หรือใครที่ทำงานอยู่ในเขตสามเสนก็ถือว่าร่นระยะเวลาในการเดินทางไปได้เยอะมากๆเลย
 

        ที่สำคัญเห็นอะไรในภาพที่กำลังก่อสร้างอยู่มั้ย “สัปปายะสภาสถาน” รัฐสภาแห่งใหม่ของไทยนั่นเอง

 
        เห็นบรรยากาศใกล้ขนาดนี้ ก็อดตื่นเต้นในความสวยงามของมันไม่ได้ ไม่รู้จะเสร็จเมื่อไหร่ อดใจรอกันต่อปายยย
 
 

        เอาล่ะ หลังเติมพลังงานเรียบร้อย ก็ถึงเวลาที่จะพาเพื่อนๆมาชมห้องตัวอย่างกันครับ

 
        ก่อนจะพาไปชมห้องตัวอย่างก็ขอเล่ารายละเอียดคร่าวๆของโครงการให้เพื่อนได้อ่านกันก่อนนะครับ
 

        โครงการ “เดอ ลาพีส จรัญ 81” เป็นคอนโด High Rise สูง 32 ชั้น 1 อาคาร มีจำนวน 635 ยูนิต ,อาคารร้านค้า 1 อาคาร มีร้านค้า 2 ร้าน (ปัจจุบันเป็นสำนักงานขายครับ) และอาคารจอดรถสูง 8 ชั้น 1 อาคาร แยกออกจากตัวอาคารพักอาศัย ซึ่งมูลค่าโครงการประมาณ 2,018 ล้านบาท 

 

        พื้นที่ส่วนกลางห้มาเยอะมากทั้งส่วนของ Roof Top ซึ่งจะมี Sky Fitness, Infinity Edge Swimming Pool, Sky Garden และ Sky Lounge ที่จะมองเห็นวิวแม่น้ำแบบพาโนราม่า แถมวิวรัฐสภาแห่งใหม่อีกด้วย

 

        โถงล็อบบี้ ให้ความสูงเพดานมาถึง 9 เมตร ใช้วัสดุตกแต่งภายในที่ดูทันสมัย หรูหรา ส่วนตัวห้องพักก็มีให้เลือกมากถึง 5 แบบ กันเลยครับ (มีห้องตัวอย่างให้ชม 3 แบบ) 

 

        - Studio ขนาด 26 ตารางเมตร

        - 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร

        - 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตารางเมตร

        - 1 Bedroom Corner ขนาด 34.5

        - 2 Bedrooms ขนาด 60 ตารางเมตร

 

        โครงการก็จัดเต็มเพดานสูง 2.75 เมตร ทุกห้องกันไปเลย ไม่รู้สึกคับแคบอึดอัดแน่นอน

 
        แม้โครงการจะขายห้องแบบ Fully Fitted แต่ก็แทบเหมือนแต่งครบแล้ว ขาดเตียงและโซฟา เท่านั้นเอง
 
        โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2.49 ล้านบาทครับ (สำหรับห้องแบบ 1 Bedroom)
 
 
 
 
        มาเริ่มที่ห้องแรกกันก่อนเลย เป็นห้อง Studio ขนาด 26 ตารางเมตรครับ เป็นห้องที่ออกแบบให้ทุกพื้นที่เชื่อมต่อกัน
 

        ภายในห้องเข้ามาเราก็จะพบกับส่วนของห้องนอนเลย

 
        ทางด้านซ้ายมือเป็นห้องครัวแบบเปิด
 
        คนที่ชอบให้ห้องมีความต่อเนื่องกัน น่าจะโดนใจอยู่ ไม่เน้นทำครัวหนักเท่าไร 
 
 
 

        ห้องนอนเชื่อมต่อกับห้องน้ำด้วย walk in closet และแยกส่วนระเบียงครับ

 
        ซึ่งผมชอบแนวคิดของที่นี่นะ เค้าเลือกที่จะใช้ช่องทางเดินเชื่อมเข้าสู่ห้องน้ำทั้งสองด้านให้เกิดประโยชน์
 
        ด้านนึงทำเป็นตู้เสื้อผ้า ด้านนึงทำเป็นระเบียง
 
        สำหรับการใช้งาน ผมว่าสะดวกดี ซักผ้า เก็บผ้า อาบน้ำ แต่งตัว ก็ทำทุกอย่างได้เสร็จภายในโซนเดียว
 
        ไม่ต้องเดินโทงๆทั่วห้อง 555
 
 

        จุดเด่นอีกอย่างของโครงการนี้ คือทุกระเบียงห้องพักจะเป็น private balcony 

 
        คือการสร้างส่วนบังสายตาจากนอกเข้ามาสู่ด้านในครับ อย่างที่เห็นจะมีลักษณะเป็นระแนงกั้นสายตาไว้
 
        ทำให้ไม่ว่าจะตากผ้าระดับไหน มองจากภายนอกตัวอาคารก็จะยังคงดูมีความสวยงาม ไม่มีอะไรลอยละล่อง 555
 
        และที่สำคีญคือเพิ่มความปลอดภัยอีกด้วย 
 
  
 
 

        ห้องต่อมาเป็นห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตรครับ ขนาดห้องเท่ากับห้อง Studio เลย

 
        จะแตกต่างกันที่รูปแบบฟังก์ชันห้องครับ
 
        มีการแบ่งพื้นที่ภายในให้เป็นสัดส่วน เพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้น จะเป็นยังไงไปดูกัน
 
        เมื่อเปิดเข้ามาก็จะพบกับส่วนของห้องนั่งเล่นกันก่อนครับ ถัดจากห้องนั่งเล่น จะเป็นห้องนอนที่มีการแบ่งพื้นที่ไว้ด้วยบานกระจกสไลด์ ทำให้ได้ความเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
 

        ฝั่งตรงข้ามโซฟาด้านข้างทีวี ก็เป็นประตูที่กั้นออกไปสู่บริเวณห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียงครับ

 
        มุมนี้ผมว่าทำออกมาได้ดี เพราะจะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นในการทำอาหารไปได้ 100% เลย 
 
 
 
        ถือว่าเป็นห้องที่เหมาะกับคนที่ชอบกั้นห้องเป็นสัดส่วน มีการทำครัวหนัก ไม่ต้องพะวงเรื่องกลิ่นเพราะกั้นไว้แล้วนั่นเอง 
 
 
 
 
        มาถึงห้องตัวอย่างไฮไลท์ของโครงการครับ ห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.5 ตารางเมตร 
 
        โดยจุดเด่นของห้องนี้ก็คือส่วนของคำว่า Plus ที่เพิ่มเติมเข้ามาครับ จะเป็นยังไงไปชมกัน 
 
        เมื่อเปิดเข้ามาก็พบกับส่วนของห้องนั่งเล่นก่อนอีกเช่นเคยครับ
 
        ถัดจากห้องนั่งเล่น จะเป็นห้องนอนที่มีการกั้นพื้นที่ไว้ด้วยบานกระจกสไลด์เช่นเดียวกับห้องแบบ 1 Bedroom 
 

        ด้านหลังโซฟาของห้องนั่งเล่น เป็นส่วนของห้องครัวที่สามารถเดินผ่านไปสู่ห้องน้ำทางด้านซ้ายมือครับ

 
        แนวคิดการออกแบบจะเห็นได้ว่า ไม่มีการกั้นพื้นที่ห้องครัวด้วยผนังหรือกระจก
 
        แต่เลือกที่จะใช้ Counter bar เป็น Island เพื่อแบ่งพื้นที่ ทำให้ได้บรรยากาศไปอีกแบบ นั่งรับประทานอาหารอยู่ในห้องครัวก็สามารถมองข้ามโซฟามาใช้ทีวีร่วมกันกับห้องนั่งเล่นได้เลย
 
 
 

        ถัดจากห้องครัวก็จะเป็นส่วนของห้อง Plus ที่เพิ่มเข้าาครับ

 
        เห็นได้ว่าห้องนี้มีพื้นที่ใหญ่พอสมควร ถือว่าเป็นห้องอเนกประสงค์ ที่เราสามารถดัดแปลงได้ตามใจชอบ
 
        จะห้องทำงานหรืออีกห้องนอนก็ย่อมได้ หรือทำเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่ของสาวๆก็น่าสนใจไม่น้อย
 
        ถัดจากห้อง Plus ไปก็จะเป็นส่วนของระเบียงครับ
 
        อีกอย่างที่ผมชอบของที่นี่ก็คือ ทุกบานสไลด์ของที่นี่ไม่ว่าจะห้องไหน จะใช้เป็นบานกระจกแบบ 3 ตอน ทำให้เมื่อมีการเลื่อนเปิดแล้วเกิดพื้นที่ใช้สอยที่มากกว่า และยังทำให้เกิดการระบายอากาศได้ดีกว่าด้วย
 
 

        เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับโครงการ “เดอ ลาพีส จรัญ 81” (De LAPIS Charan 81) น้องใหม่ล่าสุดจากค่าย "พี่แกรนด์"

 
        โดนใจใครกันบ้างหรือเปล่าเอ่ย
 

        อย่างที่ผมบอกไป ย่านนี้มันให้ความรู้สึกมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ที่ไม่จำเป็นต้องใกล้ห้าง หรือว่าใกล้ย่านธุรกิจใจกลางเมือง

 
        แต่ถ้าจะเดินทางไปก็สะดวกสบายไม่ได้เกิดปัญหาในการใช้ชีวิตเลย แถมยังมีเสน่ห์ของความเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงให้เราได้เห็นรอบๆ ถือเป็นอีกไลฟ์สไตล์ที่คงจะถูกใจใครหลายๆคนแน่นอน
 
        รอแค่รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเปิดอย่างสมบูรณ์ก่อนเถอะ  
 
        ส่วนในแง่ซื้อเพื่อลงทุน "De LAPIS Charan 81" ก็ถือว่าเป็น 1 ในตัวเลือกที่น่าสนใจ
 
        เพราะอยู่ใกล้กับหน่วยงานสำคัญๆ และใกล้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง คอนโดคู่แข่งที่ระดับใกล้เคียงกันยังไม่ค่อยมี จึงมีโอกาสที่ดีในการปล่อยเช่าไม่น้อย และด้วยราคาที่จัดว่าไม่สูงนัก กับความใกล้สถานีรถไฟฟ้า จึงพอทำกำไรในระยะยาวหลังรถไฟฟ้าเริ่มวิ่งได้
 

        สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ “เดอ ลาพีส จรัญ 81” (De LAPIS Charan 81)  พี่แกรนด์เค้าเปิดจองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พฤษภาคมนี้แล้วนะครับ 

 
        ไปลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดสูงสุดถึง 250,000 บาท ก่อนที่ คลิก ได้เลย
 
 

By Pun


ติดดอยโร้ดทู ก่อนหน้า
IDEO Mobi บางซื่อ อื้อหือ! ครบทุกสิ่ง

Knightsbridge Tiwanon (ไนท์บริดจ์ ติวานนท์)

KNIGHTSBRIDGE SPACE RAMA9


  ติดดอยรีวิว
Interlux Premier Sukhumvi

เมื่อต้องเข้าเมืองผมก็จะเลือกใช้ “รถไฟฟ้า” เป็นทางเลือกแรก โด >>

The Tree Interchange เตาป

ยังคงอยู่กันในย่านเตาปูน เก็บไม่หมดผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น 5555 รอ >>

The Stage Taopoon Interch

อีกหนึ่งคอนโดย่านเตาปูนที่จะพาไปดูคราวนี้ มีชื่อว่า “The STAGE T >>

  ติดดอยคอยบอก
5 วิธีง่าย ได้ Passport @ MRT

สำหรับใครที่มีแพลนไปต่างประเทศแต่ยังไม่มี Passport หรือ หนังส >>

แอสเซทไวส์ เปิดตัวคอนโด “แอท

แอสเซทไวส์ เดินหน้าธุรกิจเปิด “แอทโมซ ลาดพร้าว 15” (Atmoz >>

"สิริ เวนเจอร์ส" เฟ้นหาสุดยอดส

"สิริ เวนเจร์ส" เฟ้นหาสุดยอดสตาร์ทอัพ ทะยานสู่เวทีระดับโลก >>

  ไลฟ์สไตล์
Jamie’s Burgers: บ้าเนื้อไปก

น้องเจมส์ของผมน่าจะได้รับเชื้อ “บ้าเนื้อ” มาจากคุณพ่อแน่ๆ เพราะ >>

ติดดอยชวนไปกิน @19 FOOD & F

มีโอกาสไปร่วมงานเปิดร้านอาหารของพี่ชาย ชื่อว่า @19 FOOD & F >>

“แอบอบ” อบวุ้นเส้นรสจัดจ้าน อร

มาถึงที่ร้าน “แอบอบ” ถ้าไม่สั่ง “อบวุ้นเส้น” ก็เหมือนไป “ปารีส” >>