ส่วนตัวได้แม้อยู่ใจกลางเมือง กับ "The Connex Asoke"

ส่วนตัวได้แม้อยู่ใจกลางเมือง กับ "The Connex Asoke"

BTS : อโศก    MRT : สุขุมวิท



ถ้าจะให้พูดถึง “ที่พัก” ในย่านสำคัญของกรุงเทพมหานคร หลายคนก็คงจะนึกถึง คอนโดหรู ราคาแพง ใกล้รถไฟฟ้า บางที่ก็ใกล้มากแบบ 0 เมตร

ไม่ก็โรงแรม 4 ดาว 5 ดาว ที่ราคาต่อคืนสูงพอๆกับตีตั๋วไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านได้

ซึ่งถ้าเกิดใครมีความจำเป็นต้องเข้ามาทำธุระในเมือง หรือมาท่องเที่ยว การหาที่พักดีๆไว้สำหรับค้างคืนก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

มันคงจะดีไม่น้อยถ้าได้ที่พักที่ดีและถูก สะดวกสบาย แถมอยู่ใจกลางเมืองอีกด้วย

วันนี้ผมเลยจะขอข้ามเรื่องคอนโดแล้วมาโม้เรื่องโรงแรมซะหน่อย

ที่ใช้คำว่า “โม้” ไม่ใช่อะไร .... ก็เพราะโรงแรมนี้เป็นของเพื่อนสนิทผมเอง ฮ่า ฮ่า

จะว่าผมมาช่วยเพื่อนขายของเหรอ?

ก็บอกเลยว่า “ใช่!!”

ผมเคยพูดกับเพื่อนผมว่า “ถ้ากูเป็นเจ้าของที่ดินตรงนี้ คงจะขายทิ้งเอาเงินมาใช้ไปนานแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า”

แต่เพื่อนผมมันมี “วิสัยทัศน์” มากกว่าผมเยอะ ก็เลยเกิดเป็น “Boutique Hotel” นี้ขึ้น

The Connex Asoke” ตั้งอยู่บนถนนรัชดาภิเษก เกือบๆถึงแยกอโศกมนตรี ห่างจาก BTS อโศก ประมาณ 50 เมตร

ใช่!!! 50 เมตร เทพปะล่ะ!!!

The Connex Asoke เป็น Boutique Hotel แบบเล็กๆ มีแค่ 20 ห้อง ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวมั่กๆ

เรียกได้ว่าตั้งอยู่ในย่านที่เป็นหัวใจหลักของกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้

เพราะ “อโศก” ถือเป็นศูนย์รวมของการคมนาคมที่มีหลากหลายรูปแบบ (แถมยังรถติดสุดๆ) ทั้ง BTS และ MRT

โดยเฉพาะบริเวณ “แยกอโศกมนตรี” เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อของถนน 3 สายหลักๆอย่าง ถนนอโศกมนตรี ถนนรัชดาภิเษก และ ถนนสุขุมวิท

อย่างที่รู้ๆกันว่า แถวนี้คนพลุกพล่านมากไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ เดินข้ามถนนกันทีคิดว่าอยู่โตเกียว

แถมยังมีทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหาร คอนโด โรงแรม รวมไปถึงสถาบันการศึกษาอีกด้วย

ดังนั้นใครที่จะเดินทางมาโรงแรมนี้มาด้วย BTS ก็ง่ายดีครับ (ถ้าของไม่เยอะนะ) เพราะผมก็มา BTS นี่แหละ

ฝนมันตก รถมันติด หาข้าวกินที่ Terminal 21 เสร็จเรียบร้อย ก็เดินลงจาก BTS มาทางแยกอโศกแล้วเลี้ยวขวา

 
 

เดินตรง ไปอีกนิดเดียวก็เจอเลย ทางไม่เปลี่ยว ไม่ต้องกลัวหลง ไม่ต้องเข้าซอย เดินเลียบถนนไปตรงๆแบบนี้ได้เลย

 

ถึงแล้วครับ โรงแรม “The Connex Asoke”

 
 

โรงแรมจะอยู่ตรงข้ามกับตึก Exchange Tower พอดี เป็นจุดสังเกตง่ายๆ

โอ้! ลืมบอกไป ทางโรงแรมไม่มีที่จอดรถนะครับ กรณีมีสัมภาระเยอะ ตรงหน้าโรงแรมก็ยังพอให้รถจอดเอาของลงได้อยู่บ้าง

 
 

ด้านในจะเห็นว่ามีร้านกาแฟชื่อ “C-Café” คอยให้บริการลูกค้าที่มาเข้าพัก หรือจะเป็นลูกค้าขาจรเค้าก็ยินดีต้อนรับ

 
 
เข้ามาข้างใน Lobby ก็มีการตกแต่งสไตล์ บูทีคๆ แบบเก๋ๆ
 
 
 
 
 

มีพื้นที่ในส่วนของร้านกาแฟ มีโต๊ะบาร์ มี Wi-Fi ฟรีให้ใช้ โดย C-Café นี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่ 7.00 – 19.00 น.

 
 

นอกจากนี้ก็ยังมีห้องน้ำ กับห้องประชุมเล็กๆ

 
 
 

ห้องที่ผมจะเข้าไปพักคืนนี้อยู่ชั้น 5 (ชั้นนึงมี 5 ห้องเอง) ผมได้ห้องแบบ Suite with City View

 
 
 

เข้ามาถึงด้านซ้ายก็จะเจอกับตู้เก็บของ มีลิ้นชัก มี Safety box ให้ด้วย

 
 

ตู้ใหญ่มาพร้อมกระจกบานใหญ่ ถูกใจคุณผู้หญิงแน่นอน เลื่อนมาอีกฝั่งก็เป็นตู้เสื้อผ้า

สำหรับใครที่มานอนคืนเดียวชิลๆแบบผมก็คงจะมองว่าตู้ใหญ่ ลิ้นชักเยอะ จะเอามาเก็บอะไรเยอะแยะ

แต่ถ้าสำหรับนักท่องเที่ยวแล้ว ทั้งเป้สัมภาระ ทั้งรองเท้า เสื้อผ้าอีก ตู้ใหญ่แบบนี้คือดีมากแน่นอน

 
 

ถัดมาด้านขวามือก็จะเจอกับห้องน้ำ

 
 

อ่างอาบน้ำด้านใน ผนังมีดีไซน์เก๋ๆ โทนขาวดำ พร้อมกระจกโปร่งใส!! มองเห็นทะลุปรุโปร่งไปถึงห้องนอนเลย

แต่ไม่ต้องเขินครับ มันดึงม่านลงได้ (บอกใคร...บอกตัวเอง ฮ่าๆ)

 
 
 
 
 
 

ห้องนี้กว้างมากทีเดียว เป็นเตียงแบบ 1 extra-large double bed คืนนี้ผมนอนกลิ้งคนเดียวสบายๆเลย

ทั้งห้องน้ำ ห้องนอนก็มาแบบเรียบๆ ไม่หวือหวาอะไร แต่ที่แน่ๆเลยคือ "สะอาด"

ซึ่งความสะอาดนี่เป็นหัวใจของโรงแรมเลยนะครับ

 
 
 

แอบสังเกตเห็นโซฟาเป็น Sofa bed แบบพับเอน นอนได้อีกคนนึงเหลือๆเลย 

 
 

มีตู้เย็นเล็กๆอยู่ด้านล่าง ส่วนโต๊ะก็จัดมาให้ใหญ่พอวางข้าวของได้สบายๆ มีพื้นที่เหลือเฟือพอให้นั่งทำงานได้อีกด้วย

 
 
 

และนี่คือมุมที่ถูกใจผมมากที่สุด

 
 
 
 

มองออกไปเห็นวิวอโศกตอนกลางคืน มองรถบนท้องถนน คนเดินผ่านไปมา นั่งคิดอะไรเพลินๆ

เป็นการใช้เวลาอยู่กับตัวเองได้ดีเหมือนกัน ขนาดผมยังชอบเลย ชาวต่างชาติก็คงต้องชอบแน่ๆ

 
 

อีกอย่างที่ดีมากๆเลยคือ มีปลั๊กไว้ให้แทบทุกจุดสำคัญๆ

ไม่ว่าจะเป็นตรงหัวเตียงทั้งสองข้าง มันตอบโจทย์คนชอบนอนเล่นโทรศัพท์ (อย่างผม) เอามากๆ

 
 
 
 

ข้างโต๊ะเครื่องแป้งก็มีปลั๊กอยู่อีกทั้งสองฝั่ง จะเสียบไดร์เป่าผม หรือจะเสียบคอมพิวเตอร์นั่งทำงาน ก็ได้เลยสบายๆ

 
 
 
 

นานๆทีได้เปลี่ยนบรรยากาศ มานอนแช่อ่างน้ำอุ่นๆแบบนี้ ก็ดีเหมือนกันนะครับ ไม่ต้องตักขันอาบเองอยู่บ้าน ฮ่าๆ

 
 

นั่งคิด นอนคิด หาไอเดียเขียนบทความไปเพลินๆ ก็ได้เวลานอน

คืนนี้ผมนอนได้แบบไม่ต้องรูดม่านเลย แสงไฟอ่อนๆจากด้านนอก ช่วยสร้างบรรยากาศและสุนทรียภาพแห่งการนอนของผมได้เป็นอย่างดี

เวอร์ไปไหมนะ ฮ่าๆ

 
 

หลับสบายไปแล้วเมื่อคืน ตื่นเช้ามาก็ได้เวลาลงไปเติมพลังสักหน่อย

ที่ C-Café นอกจากเครื่องดื่มแล้วก็ยังมีอาหารเช้าด้วย เช้านี้ผมเลยจัดมอคค่าเย็นไปหนึ่งแก้ว 
 
 
 
 
 

ตื่นมาผมก็ไม่ได้หิวอะไรมากมายหรอกครับ แค่จัด American Breakfst กับ French Toast Ham Cheese มาอย่างละหนึ่ง

กินคนเดียว!!!

 
 

แรกๆตอนสั่งผมก็ไม่ช็อคเท่าตอนได้อาหารแล้วหรอกนะ คือได้เยอะมาก เมนูนี้สนนราคาอยู่ที่ 150 บาท

แถมชุดนี้ยังเสริฟร้อนพร้อมน้ำส้ม กับขนมปังทาแยมอีก 1 แผ่นด้วยนะ ดูสิ นอกจากอร่อยแล้วยังมาทำตาโต ยิ้มหวานใส่อีก

 

เมื่อคืนที่ผมเห็นโรงแรมเงียบสงบมาก จนผมคิดว่ามันจะมีลูกค้าสักเท่าไหร่เชียว แต่ที่ไหนได้ คนเยอะใช่เล่น

เช้าๆแบบนี้ อาหารและเครื่องดื่มเลยต้องรอหน่อย แต่ก็ไม่ทันจะได้ยกเลิกหรอกครับ เมนูถัดไปก็มาเสริฟแล้ว

French Toast Ham Cheese ชุดใหญ่ไฟกระพริบ จานนี้ค่าเสียหายอยู่ที่ 120 บาท เท่านั้น!!

 
 

มันอลังการดาวล้านดวงมากเลยใช่ไหมละ ส่วนรสชาติกับปริมาณนี่คุ้มเกินราคาเลยนะ

อิ่มมาก (ไม่อิ่มก็ไม่รู้จะว่าไงเนอะ) อิ่มไปถึงมื้อเย็นเลยครับ แถมอร่อยด้วย

เอ้า!! ไม่ได้อวยนะ นี่เรื่องจริง

 
 
 
 

เท่าที่สังเกต ลูกค้าที่เข้าพักส่วนใหญ่กว่า 80% ก็เป็นนักท่องเที่ยวนี่แหละ อาจจะมีคนไทยบ้างที่ต้องเข้ามาทำธุระ หรือมีสัมมนาในเมือง

น้อยนักที่จะเข้ามาเพื่อรีวิวให้เพื่อนแบบผม ฮ่าๆ

The Connex Asoke” นี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่ารับไว้พิจารณานะครับ

ทั้งห้องพัก และบริการเค้าก็เยี่ยม พนักงานที่นี่บริการดีและเป็นกันเองทุกคน

โดยเฉพาะ ผจก.คนสวย? ที่พูดมาก เอ้ย พูดเก่งมั่กๆ อิอิอิ

ทำเลอินเตอร์ครอสรถไฟฟ้า ทั้ง BTS และ MRT แบบนี้

ใครที่จำเป็นต้องเข้ามาพักหรือทำงานในเมือง ตรงจุดนี้ก็ช่วยประหยัดเวลาในการเดินทางได้เยอะ

คนไทยก็ดี ต่างชาติก็ได้ ใครสนใจก็สามารถเข้าไปจองได้ใน booking.com หรือโทรสายตรงไปได้ที่เบอร์ 02-229-4409

หรือไปที่ Facebook : theconnexasoke ได้เลย

สะอาด สะดวก ปลอดภัย French Toast อร่อย ลูกเจ้าของหน้าตาดี (แต่น้อยกว่าผมหน่อยนึง)

ยังไงใครเห็นด้วยกับผมก็อย่าลืมบอกต่อกันนะคร้าบ ^^

 
 
 
 
--------------------------
<ad> อู่โชคศิริวัชรยนต์ บริการเคาะพ่นสี โดยช่างผู้ชำนาญกว่า 30 ปี
ติดดอย ติดน้ำไม่ต้องกลัว โทรไปคุยเรื่องรถๆได้ที่ 02-895-0683-4

By Bum


ติดดอยล้อมวงเล่า ก่อนหน้า
รักเรา เขาใหญ่
ติดดอยล้อมวงเล่า ถัดไป
เมื่อ “ป้าศุ” พาไปดู “จิงโจ้”

THE PRIVACY RAMA9 (เดอะ ไพรเวซี่ พระราม 9)

Park 24 เติมพอร์ตคอนโด “luxury” ให้กับ "origin


  ติดดอยรีวิว
แอสปาย สาทร – ราชพฤกษ์ Int

ใครเคยขึ้น BTS สายสีเขียวเข้ม บางหว้า-สนามกีฬา เพื่อเข้าเมือง >>

IDEO MOBI RAMA4 (ไอดิโอ โม

IDEO MOBI RAMA 4 (ไอดิโอ โมบิ พระรามสี่) เป็นโครงการใหม >>

Yield และ Capital gain ขอ

ผมมีคิวโอนคอนโดถึง 2 โครงการเชียว ตอนแรกก็ลังเลอยู่ว่าจะ “ข >>

  ติดดอยคอยบอก
ปลูกแคคตัสทางเลือกของคนอยู่คอน

วันนี้หลายคนอาจจะกำลังมองหาต้นไม้สีเขียวมาประดับคอนโดน้อยของ >>

มีงาน DD มาบอก!! กับงาน “DD

สวัสดีชาวติดดอยทุกคน วันนี้เราพามาเที่ยวชมงาน “DDproperty S >>

“สะพานด้วน” กับภาพที่กำลังจะ

“สะพานด้วน” กำลังจะเปลี่ยนไป >>

  ไลฟ์สไตล์
ตะลุยชิมอาหารมงคล@เยาวราช

ตะลุยชิมอาหารมงคล@เยาวราช >>

Spaghetti House @Nonthabu

วันนี้ได้มีโอกาสไปลองสปาเกตตี้มาร้านนึง จากรูป ads บน fb ที่ดูน >>

Dean & Deluca ไว้จะมาฝากท้อ

ตระเวนสาทรมาทั้งวัน หาไรลงท้องก่อง..... เพิ่งรู้ว่าอาหารคาวข >>